เที่ยวไทย งบน้อยก็เที่ยวได้ เพราะไม่ได้เสียค่าตั๋วแพงๆ หรือ ค่าโรงแรมหลายคืนครับ การทำงานติดต่อกันเป็นระยะเวลาหลายเดือนอาจทำให้เกิดความล้าทั้งร่างกาย และ จิตใจได้แบบสะสม
การไปเที่ยวจะเป็นการตัดความเหนื่อยล้าทางด้านจิตใจออกไปครับ เพราะร่างกายยังไงก็เหนื่อยแน่นอน แต่ก็คิดว่าคุ้มค่าเพราะจะได้ทั้ง
- ประสบการณ์
- ความสนุก
- ความสัมพันธ์
- และเติมเต็มฟีลลิ่งในชีวิตครับ
ทริคเที่ยวไทยงบน้อย
1.เลือกเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว
การเลือกเดินทางในช่วง โลว์ซีซัน หรือช่วงที่ไม่ใช่วันหยุดยาว จะช่วยให้คุณประหยัดทั้ง ค่าเดินทาง และ ค่าที่พัก เนื่องจากราคาของตั๋วเครื่องบินหรือที่พักจะถูกลงมากในช่วงนี้ ตัวอย่างเช่น:
- เชียงใหม่ ช่วงฤดูฝน (มิถุนายน-กันยายน) ราคาที่พักและทัวร์มักจะถูกกว่าฤดูท่องเที่ยว
- ภูเก็ต หรือ กระบี่ ช่วงฤดูมรสุม (พฤษภาคม-ตุลาคม) ราคาลดลงมาก
2.ใช้ขนส่งสาธารณะ
แทนที่จะใช้บริการ แท็กซี่ หรือ เช่ารถส่วนตัว คุณสามารถใช้ ขนส่งสาธารณะ เช่น รถเมล์ หรือ รถไฟฟ้า ซึ่งไม่เพียงแต่ ประหยัด ยังเป็นวิธีที่ดีในการสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น และบางครั้งก็สะดวกมากกว่าเช่ารถส่วนตัว
- กรุงเทพฯ: ใช้ BTS, MRT หรือ เรือด่วนเจ้าพระยา เพื่อการเดินทางสะดวกและไม่แพง
- ภูเก็ต: ใช้ รถบัสท้องถิ่น หรือ รถตุ๊กตุ๊ก ที่มีราคาถูก
3.เลือกที่พักแบบโฮสเทล หรือ แอร์บีแอนด์บี
การพักใน โฮสเทล หรือ แอร์บีแอนด์บี ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่พักได้เยอะ คุณยังสามารถพบกับนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ และแชร์ประสบการณ์ได้ นอกจากนี้ยังมี ที่พักราคาถูก แต่มีความสะดวกสบายมากมาย เช่น
- โฮสเทลในกรุงเทพฯ: เริ่มต้นที่ประมาณ 200-500 บาทต่อคืน
- ที่พักแบบบ้านพักท้องถิ่น: อาจให้คุณได้สัมผัสกับบรรยากาศท้องถิ่นแท้ ๆ และมีราคาประหยัด
4.หาของกินอร่อยในตลาดหรือร้านข้างทาง
อาหารในร้านอาหารหรู ๆ อาจจะราคาแพง แต่ในตลาดหรือ ร้านข้างทาง คุณสามารถหาของอร่อยในราคาไม่แพง และยังได้สัมผัสกับ วัฒนธรรมการกิน ของคนไทย
- ตลาดนัด: เชียงใหม่มี ตลาดวโรรส หรือกรุงเทพฯ มี ตลาดนัดจตุจักร ซึ่งขายของกินราคาถูก
- อาหารริมทาง: เช่น ข้าวมันไก่, ก๋วยเตี๋ยว, สตรีทฟู้ด เช่น หมูสะเต๊ะ หรือ ปีกไก่ทอด
5.ใช้แอปพลิเคชันเพื่อหาส่วนลด
หลายแอปพลิเคชันที่ช่วยให้คุณสามารถหาส่วนลดหรือดีลพิเศษในการจองที่พัก, ทริปทัวร์, หรือบัตรเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ เช่น:
- Traveloka หรือ Agoda สำหรับการจองที่พัก
- Klook หรือ KKday สำหรับทริปทัวร์และกิจกรรมท่องเที่ยว
- Google Maps สำหรับแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวฟรีที่คุณอาจไม่รู้จัก
6.เที่ยวแบบเดินเท้าและใช้จักรยาน
การเดินเท้าหรือปั่นจักรยานเป็นวิธีที่ทั้งประหยัดและได้สัมผัสกับความเป็นเมืองหรือธรรมชาติอย่างเต็มที่ คุณสามารถไปชมสถานที่ต่าง ๆ เช่น:
- เชียงราย หรือ เชียงใหม่: เดินเที่ยวชมเมืองเก่าและวัดสวย ๆ เช่น วัดพระแก้ว, วัดพระธาตุดอยสุเทพ
- กรุงเทพฯ: เดินเล่นใน ถนนเยาวราช หรือ ย่านเมืองเก่า ชมตลาดและแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์
7.ท่องเที่ยวแบบทัวร์ฟรีหรือทัวร์ในเมือง
บางสถานที่ท่องเที่ยวมีบริการ ทัวร์ฟรี หรือ ทัวร์ในเมือง ที่จะพาคุณไปชมสถานที่สำคัญต่าง ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น:
- ทัวร์เดินเมืองเก่าเชียงใหม่ หรือ ทัวร์ฟรีกรุงเทพฯ ที่จัดโดยกลุ่มคนท้องถิ่น
- วัดและพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง: ให้เข้าชมฟรี หรือเสียค่าเข้าชมที่ราคาไม่สูงมาก
8.เลือกสถานที่ท่องเที่ยวฟรีหรือมีค่าธรรมเนียมต่ำ
ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถเข้าไปชมได้ ฟรี หรือมี ค่าธรรมเนียมต่ำ เช่น:
- วัดพระแก้ว หรือ วัดอรุณราชวราราม ในกรุงเทพฯ (ค่าธรรมเนียมต่ำ)
- สวนสาธารณะ หรือ ชายหาด เช่น หาดป่าตอง ในภูเก็ต, หาดบางแสน ในชลบุรี ที่สามารถไปเที่ยวได้ฟรี
- ถนนคนเดิน: มีทั้งใน เชียงใหม่ หรือ พัทยา ซึ่งมักจะมีการแสดงฟรีและตลาดนัด
9.ทำการบ้านก่อนเที่ยว
การวางแผนก่อนการเดินทางจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก คุณสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับ:
- สถานที่ท่องเที่ยวฟรี หรือ กิจกรรมที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย
- โปรโมชั่น หรือ ส่วนลด ของสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ
- เวลาในการไปท่องเที่ยว ที่ไม่ใช่ช่วงเทศกาลเพื่อหลีกเลี่ยงการเที่ยวที่แพงเกินไป
10.เลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย
เลือกไปเที่ยวที่ สถานที่เดียว ที่มีความหลากหลายของกิจกรรม เช่น:
- หัวหิน: ที่มีทั้งชายหาด, ตลาดน้ำ, สวนสนุก, พิพิธภัณฑ์ และกิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถเที่ยวได้ในวันเดียว
- เชียงใหม่: นอกจากเที่ยววัดแล้ว ยังสามารถไป ดอยอินทนนท์ หรือไป สวนสัตว์ ซึ่งมีหลายกิจกรรมในสถานที่เดียว
ยกตัวอย่าง 1 ทริปเที่ยวทะเล
สมมติว่าเราไป หาดบ้านกรูด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทะเลที่ยังคงความเงียบสงบและไม่แออัดมากเกินไป
เดินทางไปหาดบ้านกรูด
- ขนส่ง: การเดินทางจาก กรุงเทพฯ สามารถใช้ รถไฟ หรือ รถทัวร์ ไปลงที่ ประจวบคีรีขันธ์ แล้วต่อ รถสองแถว หรือ แท็กซี่ ไปหาดบ้านกรูด
- รถทัวร์: ประมาณ 200-300 บาท (กรุงเทพฯ – ประจวบฯ) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง
- รถไฟ: ถ้าเลือกเดินทางด้วย รถไฟ ค่าตั๋วจะประมาณ 150-250 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทของขบวน
เช็คอินที่พัก
- ที่พัก: เลือกพักที่ โฮสเทล หรือ รีสอร์ทเล็ก ๆ ที่มีบรรยากาศดี ราคาไม่แพง เช่น บ้านกรูดรีสอร์ท ซึ่งมีราคาประมาณ 500-800 บาทต่อคืน (สำหรับ 1 คน)
- หรือลองใช้ แอร์บีแอนด์บี ที่บ้านกรูดซึ่งสามารถจองได้ในราคาประมาณ 500-1,000 บาทต่อคืน
- รวมค่าใช้จ่ายที่พัก: ประมาณ 600 บาท (สำหรับ 1 คืน)
รับประทานอาหารท้องถิ่น
- อาหารมื้อกลางวัน: ทานอาหารท้องถิ่นในร้านเล็ก ๆ บริเวณหาด เช่น ข้าวผัดทะเล, ส้มตำ, หรือ กุ้งย่าง ราคาไม่แพง
- งบประมาณ: 100-150 บาท
กิจกรรมที่หาดบ้านกรูด
- หลังจากพักผ่อนที่ที่พักแล้ว คุณสามารถไปเที่ยว หาดบ้านกรูด ซึ่งมีความเงียบสงบและเหมาะสำหรับการเดินเล่นริมทะเล
- ถ้าชอบกิจกรรมทางน้ำก็สามารถไปเช่า เรือคายัค หรือ เรือหางยาว ไปล่องน้ำที่อ่าวใกล้เคียง ราคาประมาณ 200-300 บาท
- งบประมาณกิจกรรม: 200 บาท
สรุป
เที่ยวไทยงบน้อยก็สนุกได้ ถ้าเลือกเที่ยวในช่วงเวลาที่เดินทางสะดวกเหมาะสม และ เลือกที่พักในราคาประหยัด รวมถึงการวางแผนล่วงหน้าไม่ใช่เป็นการสุ่มหวยหน้างาน
ส่วนใครอยากสุ่มหวยจริงๆเผื่อจะได้เปลี่ยนจากทริปเที่ยวประหยัดเป็นทริปสุดหรู ก็ต้องซื้อหวยละครับ จะหวยไว หรือ หวยทางการแล้วแต่เลย ขอแนะนำไปซื้อที่ KUBET นะ เพราะอัตราจ่าย
- 2ตัวตรง : บาทละ 98 บาท
- 3ตัวตรง : บาทละ 970 บาท
- 4ตัวตรง : บาทละ 8,800 บาท
ที่สำคัญไม่มีเลขอั้น ไม่ลดอัตราจ่าย ขายหวยคืนได้ฟรี คืนเงินเลยเต็มจำนวน มีภาษาไทย มีซัพพอร์ตคนไทย และฝาก-ถอนธนาคารไทยได้ รวมถึง!! สำคัญมาก มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย และ มีตัวตนจริง
Comments are closed